13 สรรพคุณ…ประโยชน์ของแก้วมังกร ผลไม้ของคนลดน้ำหนัก และดูแลหญิงตั้งครรภ์

ใครที่กำลังมองหาเพื่อนที่จะมาช่วยดูแลสุขภาพกันอยู่ละก็ เราอยากแนะนำให้รู้จักกับ “แก้วมังกร” แต่อาจมีหลายคนที่พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าก็รู้จักนะ ซึ่งเราไม่เถียงทุกคนที่ต้องรู้จักว่าเป็นผลไม้ชนิดหนึ่งและบางคนก็ชอบกิน แต่บางคนกลับกินไม่เป็นหรือไม่ชอบกิน เอาเป็นว่าถ้าได้เห็นประโยชน์ของแก้วมังกรต่อสุขภาพแล้ว รับรองคุณจะได้เพื่อนใหม่ที่ช่วยให้สุขภาพของเราดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อแน่นอน

“แก้วมังกร” ผลไม้รักษ์สุขภาพ

เพราะแก้วมังกรนั้นจัดได้ว่าเป็นผลไม้รักษ์สุขภาพสำหรับคนเราอย่างยิ่ง เป็นแหล่งรวมของเหล่าวิตามินและแร่ธาตุหลากหลายชนิด โดยเฉพาะวิตามินซีที่มีอยู่ในปริมาณสูงมาก ซึ่งจะช่วยดูแลผิวพรรณให้ขาวกระจ่างใส แถมยังมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระและภูมิแพ้ต่างๆ อาทิ ฝุ่น ควัน หรือละอองเกสรดอกไม้ นอกจากนี้แก้วมังกรเป็นผลไม้ที่มีแคลอรีต่ำ เส้นใยอาหารสูง จึงเป็นตัวช่วยในการลดน้ำหนักที่ดีอีกด้วย

และแก้วมังกรยังเหมาะกับหญิงตั้งครรภ์และหลังคลอดมากๆ เพราะมีสรรพคุณกระตุ้นต่อมน้ำนมให้ผลิตน้ำนมได้มากขึ้น ไม่ทำให้เกิดอาการท้องผูกให้คุณแม่ได้ดี รวมทั้งช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคเกี่ยวกับการขับถ่าย แล้วทราบหรือไม่ว่าการกินแก้วมังกร 1 ลูก ร่างกายของเราจะได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างมากมาย ซึ่งจะทำให้สุขภาพโดยรวมสมบูรณ์และแข็งแรงยิ่งขึ้น

แต่การกินแก้วมังกรทุกวันหรือมากจนเกินไปก็อาจทำให้ร่างกายได้รับแต่สารอาหารเดิมๆ ซ้ำๆ ซึ่งจะเป็นผลเสียต่อสุขภาพแทน จึงควรกินสลับกับการกินผลไม้ชนิดอื่นจะดีกว่า รวมทั้งควรกินแค่วันละ 1 ลูก ก็เพียงพอกับความต้องการของร่างกายใน 1 วันแล้วละ

13 สรรพคุณของแก้วมังกร ประโยชน์ในการรักษาโรค

1. แก้วมังกรมีสรรพคุณช่วยควบคุมน้ำหนัก เป็นผลไม้ที่ได้รับการยืนยันในทางการแพทย์แล้วว่า สามารถช่วยลดและควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดี ซึ่งนอกจากเป็นเพราะแก้วมังกรมีเส้นใยอาหารสูง แคลอรีต่ำ แล้วยังมีสารมิวซิเลจ (Mucilage) ที่มีคุณสมบัติช่วยดูดซับน้ำในร่างกายได้ดี

2. แก้วมังกรมีสรรพคุณช่วยกระตุ้นให้ต่อมน้ำนมในผู้หญิงที่เพิ่งคลอดลูกผลิตน้ำนมได้มากขึ้น และทำให้สุขภาพของหญิงตั้งครรภ์สมบูรณ์และแข็งแรงขึ้นด้วย

3. ประโยชน์ของแก้วมังกรช่วยบำรุงผิว ทำให้ผิวพรรณสดใส เปล่งปลั่ง ชุ่มชื่น มีชีวิตชีวา แลดูอ่อนกว่าวัย ช่วยชะลอความแก่ และลดเลือนริ้วรอยและลดการเกิดสิว

4. แก้วมังกรอุดมด้วยเส้นใยอาหารมากมาย จึงมีประสิทธิภาพช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้น แก้อาการท้องผูก ทำให้ระบบการย่อยอาหารและกระเพาะอาหารทำงานอย่างเป็นปกติ และยังช่วยปรับสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้โดยแบคทีเรียที่ไม่ดีจะลดลง ส่วนแบคทีเรียที่ดีก็จะเพิ่มขึ้น

5. สรรพคุณแก้วมังกรช่วยดับกระหาย แก้วมังกรมีรสชาติที่หวานอ่อนๆ จึงมีคุณสมบัติช่วยดับกระหาย แก้ร้อน ทำให้ร่างกายสดชื่นและกระปรี้กระเปร่า

6. แก้วมังกรเสริมสร้างให้ภูมิคุ้มกันโรคในร่างกายแข็งแรง สามารถต้านทานโรคต่างๆ ให้ร่างกายของเราปลอดภัยได้เป็นอย่างดี

7. แก้วมังกรมีฤทธิ์ในการกำจัดสารเคมีหรือสารพิษต่างๆ ที่ตกค้างอยู่ในร่างกาย อาทิ สารตะกั่วจากท่อไอเสีย หรือสารเคมีจากยาฆ่าแมลง และเสริมสร้างให้ระบบการกำจัดของเสียในร่างกายทำงานดีขึ้น ซึ่งจะทำให้เรามีสุขภาพแข็งแรง

8. สรรพคุณแก้วมังกรลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งได้อย่างดีเยี่ยม โดยเจ้าเมล็ดสีดำๆ เล็กๆ ที่อยู่ในเนื้อของแก้วมังกรนั่นแหละที่มีสรรพคุณสามารถช่วยยับยั้งการก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้หลายชนิด เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งต่อมลูกหมาก ฯลฯ

9. แก้วมังกรช่วยรักษาและบรรเทาอาการของโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นโรคเรื้อรังที่บั่นทอนคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยแล้วยังอาจส่งผลร้ายให้เกิดโรคอื่นตามมา หากผู้ป่วยกินแก้วมังกรสม่ำเสมอก็จะช่วยแก้ได้

10. แก้วมังกรมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยเบาหวาน เนื่องจากแก้วมังกรอาจมีความหวานแต่ก็ไม่ได้หวานมาก และเป็นความหวานตามธรรมชาติที่ไม่ได้ปรุงแต่งรส ทำให้คนที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานสามารถจะกินได้ ไม่มีผลเสียต่อสุขภาพ แถมยังช่วยบรรเทาอาการของโรคให้ดีขึ้นด้วย

11. แก้วมังกรมีส่วนช่วยบำบัดและรักษาโรคโลหิตจาง ป้องกันการเกิดโรคหัวใจและการอุดตันของหลอดเลือดหัวใจ รวมทั้งลดระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

12. แก้วมังกรมีประโยชน์และดีกับผู้หญิงที่อยู่ในช่วงวัยทอง ซึ่งมีความเสี่ยงจะเกิดโรคกระดูกพรุนและกระดูกบางได้ง่าย ทว่าในแก้วมังกรนั้นมีแคลเซียมสูงจึงช่วยทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง

13. แก้วมังกรมีสรรพคุณที่ช่วยบำรุงสายตา ช่วยชะลอความเสื่อมของดวงตา ทำให้มองเห็นได้อย่างชัดเจนขึ้น

“แก้วมังกร” จึงเป็นผลไม้ที่คนส่วนใหญ่นิยมกินกันเพื่อดูแลสุขภาพและรักษารูปร่าง เพราะช่วยลดและควบคุมน้ำหนักได้ดีเยี่ยม กินแล้วรู้สึกอิ่มนาน และมีประโยชน์โดยตรงต่อบรรดาคุณแม่รวมทั้งผู้หญิงที่อยู่ในวัยทองด้วย แต่สำหรับคุณผู้ชายก็ได้รับประโยชน์จากแก้วมังกรไม่น้อยหรอกนะ หากจะให้เห็นความจริงต้องกินแก้วมังกรกันเป็นประจำดูสิ

Please follow and like us:
0
โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน 13 สรรพคุณ…ประโยชน์ของแก้วมังกร ผลไม้ของคนลดน้ำหนัก และดูแลหญิงตั้งครรภ์

14 สรรพคุณ…ประโยชน์ของมะขาม สมุนไพรเพื่อความงาม ยาระบายของคนท้องผูก

เป็นที่ทราบกันดีว่า “มะขาม” นั้นเป็นพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์ในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะนำมาใช้กินเป็นอาหาร หรือใช้ทาตัวเพื่อขัดผิวพรรณให้เนียนนุ่มได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย และยังมีคุณสมบัติที่ช่วยในเรื่องของการดูแลสุขภาพให้หายจากโรคอีกด้วย

“มะขาม” ผลไม้ดี มีสรรพคุณทางยา แก้ปัญหาสารพัด

เพราะฉะนั้นเราจึงอยากให้ทุกคนมีสุขภาพร่างกายที่ดี และมะขามก็เป็นอีกหนึ่งสมุนไพรที่น่าสนใจมาก โดยเราสามารถนำทุกส่วนของมะขามมาใช้ประโยชน์ได้หมด เนื่องจากมะขามนั้นจัดเป็นผลไม้ที่มีสารอาหารทางโภชนาการสูง พร้อมกับมีสรรพคุณทางยาที่ช่วยป้องกันและรักษาอาการเจ็บป่วยได้หลายโรค คุณสมบัติสำคัญที่มะขามมีมาแต่โบราณคือ มีสรรพคุณเป็นยาระบายที่แก้อาการท้องผูกได้เป็นอย่างดี รวมทั้งเป็นยาขับพยาธิ แก้ท้องเดิน และขับเสมหะ โดยเฉพาะใครที่อยากมีผิวขาวผุดผ่องก็ให้มองหามะขามมาช่วยกันได้เลย

นอกจากนี้ในมะขามยังมีสารเคมีต่างๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอยู่มากมาย ซึ่งจะเสริมสร้างให้เรามีสุขภาพที่แข็งแรงยิ่งขึ้น อย่างสารต้านอนุมูลอิสระในมะขามนั้นมีสูงจนทำให้ภูมิต้านทานในร่างกายก็ดีขึ้นตามไปด้วย ช่วยปกป้องอวัยวะต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกไม่ให้เสื่อมก่อนวัยอันควร แก้อาการไอ เจ็บคอ หรือแก้อาการเหงือกบวม แก้ฟันผุ

หรือหากคนที่มีปัญหาของน้ำหนักเกิน มีโรคประจำตัวที่ต้องควบคุมน้ำหนัก มะขามมีความสามารถที่จะช่วยลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี เนื่องจากมะขามไม่ได้มีแค่เส้นใยอาหาร แต่มีสารสำคัญหลายชนิดที่มีประสิทธิภาพยับยั้งการสร้างไขมันในร่างกาย ลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีและลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีทีเดียว จากสรรพคุณและประโยชน์ต่างๆ ของมะขาม เราจึงไม่ควรจะมองข้ามผลไม้ชนิดนี้กันเชียวนะ

14 สรรพคุณของมะขาม ประโยชน์ในการรักษาโรค

1. มะขามทำให้ผิวพรรณทั้งผิวหน้าและผิวกายเปล่งปลั่ง สดใส เพราะวิตามินซีที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นดีซึ่งจะช่วยปกป้องผิวจากมลพิษต่างๆ บำรุงผิวพรรณให้เนียนนุ่ม ลดการเกิดริ้วรอยแห่งวัยและช่วยชะลอความแก่

2. มะขามมีสรรพคุณเป็นยาระบาย จึงเหมาะกับคนที่มักมีปัญหาท้องผูก โดยมะขามมีกรดอินทรีย์หลายชนิดซึ่งมีคุณสมบัติในการระบายและช่วยลดความร้อนในร่างกาย เพียงกินมะขามสุก 3-4 ฝัก ดื่มน้ำอุ่นตามเยอะๆ จะช่วยได้

3. มะขามมีประโยชน์ในด้านของความงาม ตามสรรพคุณโบราณมะขามจะถูกนำมาใช้ขัดตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นแขน ขา ข้อพับ ซอกขาหนีบหรือรักแร้ ซึ่งจะช่วยให้รอยคล้ำลดลง ทำให้ผิวหนังชุ่มชื่นได้ตลอดวัน แถมช่วยกำจัดแบคทีเรียได้เป็นอย่างดี

4. มะขามใช้พอกหน้าก็ได้ ซึ่งมีสรรพคุณทำให้ผิวหน้าที่เคยหมองคล้ำดูขาวใสขึ้น กำจัดเซลล์เก่าที่ตายแล้วให้หลุดออก ผิวพรรณสะอาด สดใส นุ่มนวล และกระชับขึ้นด้วย

5. มะขามมีฤทธิ์ช่วยลดคอเลสเตอรอลให้อยู่ในระดับปกติ ลดความดันให้เป็นปกติ และลดระดับของน้ำตาลในเลือด

6. ประโยชน์ของมะขามใช้เป็นยาขับปัสสาวะ ช่วยยับยั้งการเกิดนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ และยังช่วยขับพยาธิที่ได้ผลดี

7. สรรพคุณมะขามใช้เป็นผลไม้ลดน้ำหนักได้ ซึ่งมะขามได้รับการยืนยันทางวิชาการแล้วว่าช่วยลดน้ำหนักได้ เพราะมะขามอุดมด้วยเส้นใยอาหารและสารเคมีสำคัญที่มีคุณสมบัติช่วยให้การขับถ่ายเป็นปกติแล้วยังช่วยดักจับไขมันจากอาหาร ยับยั้งการสร้างไขมันไม่ให้ไปสะสมตามอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย

8. มะขามอุดมด้วยธาตุแคลเซียม หากกินเป็นประจำจะช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง นอกจากนี้ก็มีสรรพคุณใช้รักษาอาการเหงือกบวม ฟันผุ และโรคเลือดออกตามไรฟัน

9. มะขามมีสรรพคุณช่วยรักษาโรคหวัด คัดจมูก แก้ไอ ขับเสมหะ ละลายเสมหะ

10. มะขามเป็นแหล่งของธาตุเหล็ก ที่มีหน้าที่ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง บำรุงเลือดและฟอกเลือดได้

11. ประโยชน์ของมะขามมีทั้งวิตามินเอและเบต้าแคโรทีน ที่มีประสิทธิภาพในการช่วยบำรุงสายตา มองเห็นในตอนกลางคืนได้ชัด รวมทั้งบำรุงผิวพรรณและลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง

12. สรรพคุณของมะขามมีธาตุฟอสฟอรัส ซึ่งมีความจำเป็นต่อกระบวนการทำงานภายในทุกส่วนของร่างกาย โดยประโยชน์สำคัญของฟอสฟอรัสคือ ช่วยในการเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ทำให้กล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่นขึ้น

13. มะขามมีประโยชน์ในการลดอุณหภูมิในร่างกาย แก้อาการตัวร้อนและเป็นไข้

14. มะขามมีฤทธิ์ในการสมานแผล รักษาแผลสด และสามารถช่วยถอนพิษได้

“มะขาม” เป็นผลไม้สารพัดประโยชน์มากๆ จะนำมาปรุงเป็นอาหารหรือแปรรูปก็ได้หลากหลาย อาทิ มะขามกวน มะขามแก้ว หรือมะขามคลุก ส่วนคุณค่าของสารอาหารในมะขามก็มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะช่วยในเรื่องระบบการขับถ่าย และมีประโยชน์ต่อผิวด้วย ช่วยปรับสภาพผิวตามธรรมชาติ บำรุงผิวให้ชุ่มชื้น และทำความสะอาดผิวได้อย่างอ่อนโยน ไม่ระคายเคืองแม้ผิวแพ้ง่าย เห็นไหมว่าสรรพคุณและประโยชน์ของมะขามมีมากมายแค่ไหน…เพียงเรามีมะขามก็ได้ทั้งอิ่มอร่อย สุขภาพดี และความสวยงามในหนึ่งเดียว

Please follow and like us:
0
โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน 14 สรรพคุณ…ประโยชน์ของมะขาม สมุนไพรเพื่อความงาม ยาระบายของคนท้องผูก

บวบเหลี่ยม เยี่ยมด้วยประโยชน์

ผักเนื้อเย็น เนื้อเขียวใส มากด้วยใยอาหาร

บวบที่มีรสอร่อยและคนนิยมรับประทานกันมากที่สุดคือ บวบเหลี่ยม ซึ่งจะผลิดอกออกผลสะพรั่งให้พวกเรากินกันได้ทุกฤดู ต่างไปจากบวบหอมที่หารับประทานได้เฉพาะช่วงหน้าฝน ในขณะที่บวบงูก็จะออกผลดกในช่วงปลายฝนต่อต้นฤดูหนาว บวบเหลี่ยมจึงเป็นตัวแทนของเหล่าบวบที่มีให้คนไทยบริโภคได้ครบทั้ง 3 ฤดูเลยทีเดียว

บวบเหลี่ยมเป็นชื่อที่คนภาคกลางเรียกกัน แต่ทางภาคเหนือจะมีสำเนียงใช้เรียกที่แตกต่างกันอย่างมาก เช่น หมักนอย มะนอยเหลี่ยม บางแห่งก็เรียกกันว่า มะนอยเลียม คนบางท้องถิ่นเรียกมะนอยเฉยๆ มีบ้างที่เรียกแปลกออกไปกว่านั้นอีก เช่น มะนอยข้อง มะนอยงู

ส่วนชื่อสามัญของเขาเรียกได้ทั้ง Angled Gourd หรือ Angled Loofah ก็ได้ แต่ชื่อทางพฤกษศาสตร์ มีอยู่เพียงชื่อเดียวเท่านั้น คือ Luffa acutangula Roxb. ซึ่งจัดเป็นพืชในตระกูลเดียวกับแตงกวา แตงไทย ที่เคยเขียนถึงไปแล้วนั่นคือ วงศ์ Cucurbitaceae

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

บวบเป็นไม้เถายาว โตเร็ว มีอายุประมาณ 1 ปี เป็นพืชตระกูลเดียวกับแตงทั้งหลาย แต่ว่าอยู่คนละสกุลกัน คือ แตงอยู่ในสกุล Cucumis แต่บวบอยู่ในตระกูล Luffa บวบมีลำต้นเป็นเหลี่ยมสัน ตามข้อมีมือที่ใช้เกาะเกี่ยวเป็นเส้นยาว ใบเป็นแบบใบเดี่ยวเรียงสลับกัน แผ่นใบเป็นรูปเหลี่ยมมีราว 5-7 เหลี่ยม ตามขอบใบมีรอยเว้าตื้นๆ ปลายใบค่อนข้างแหลม ส่วนโคนใบเว้าลึกเข้าด้านในจนดูคล้ายกับรูปหัวใจ ก้านใบยาวราว 4-9 ซม. และเป็นเหลี่ยมเหมือนกับลำต้น ดอกเป็นสีเหลือง ออกดอกตามง่ามใบ ทั้งแบบเป็นดอกเดี่ยวๆ หรือเป็นช่อ โดยมีดอกทั้งตัวเมียและตัวผู้อยู่บนต้นเดียวกัน สำหรับผลเป็นรูปทรงคล้ายกระบอกกลม ยาวราวๆ 20 ซม. ผิวมีเหลี่ยมเป็นเส้นไปตามความยาวของผล นับได้ 10 เหลี่ยมเท่ากันทุกลูก ลองท้าพิสูจน์ให้นับดูได้ โคนผลเรียวเล็กแล้วค่อยๆ กว้างออก ก่อนที่จะค่อยๆ แคบลงไปอีกครั้งจนไปบรรจบกันที่ปลายผลอย่างสวยงาม ให้ผลดกและงามยามหน้าฝน ขยายพันธุ์ง่ายโดยการใช้เมล็ด ชอบขึ้นตามที่รกร้าง หรือที่ชื้นแฉะตามริมคลอง และแหล่งน้ำขนาดใหญ่ คนตามชนบทนิยมปลูกไว้ตามบ้าน เป็นได้ทั้งรั้ว ทั้งอาหาร

คุณค่าและคุณประโยชน์

ผลของบวบที่ยังอ่อนเอ๊าะ นั้นอร่อยมาก มีรสหวานนิดๆ ตามธรรมชาติ จะนำไปทำอาหารอะไรก็อร่อยเยี่ยมยอดทุกเมนู ไม่ว่าจะเป็นผัด ต้ม หรือ แกง อย่างเช่น ต้มจิ้มกับน้ำพริกรสจัด หรือจะผัดกับ ไข่ หมู กุ้ง ส่วนแกงที่นิยมทานกันคือ แกงส้ม แกงเลียง และแกงกับปลาแห้ง

ต้องยอมรับกันตรงๆ อย่างหนึ่งว่า บวบไม่ได้เป็นพืชผักที่มีวิตามินสำคัญอะไรมากมาย แต่เขาก็ชดเชยความด้อยตรงนี้ลงได้ด้วยความเด่นในเรื่องที่เป็นผักที่มีน้ำเยอะ คนโบราณเขาถือว่าบวบเป็นผักธาตุเย็น ช่วยคลายความร้อนได้ดี และมีคุณค่าทางพืชสมุนไพรสูง และที่มองข้ามไม่ได้คือ นอกจากจะมีเส้นใยสูงเป็นตัวชูโรงแล้ว บวบเหลี่ยมยังให้แร่ธาตุตัวสำคัญอย่างฟอสฟอรัสในปริมาณที่ค่อนข้างสูงหรือธาตุเหล็กที่ช่วยสร้างเม็ดเลือด รวมทั้งแร่ธาตุอีกหลายอย่างที่ช่วยเสริมสร้างฟันและกระดูกของเราได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

เมื่อหันกลับมามองประโยชน์ทางยาของบวบเหลี่ยมแล้ว จะพบว่ามีมากมายไล่ตั้งแต่ผลอ่อนที่เรานำมาทำอาหารได้สารพัดเมนู นอกจากความหวานอร่อยที่ได้แน่ ๆ แล้วยังเป็นยาแก้ร้อนใน ช่วยระบายท้อง และช่วยขับปัสสาวะ ขับเสมหะ ทำให้ชุ่มคอ ลดไข้ และบำรุ่งร่างกายได้เยี่ยมอีกด้วย

ในขณะที่ใบนอกจากจะใช้ต้มกับน้ำดื่ม เพื่อช่วยขับปัสสาวะได้ดีเหมือนกับผลแล้ว ยังช่วยแก้อาการปัสสาวะเป็นเลือด ขับเสมหะ แก้ไข้ ม้ามโต และริดสีดวงทวาร ก็รวมทั้งยังถอนพิษได้ดีอีกด้วย ทั้งพิษแมลงสัตว์ กัด ต่อย แก้พิษคัน ส่วนผู้หญิงดื่มน้ำที่ต้มจากใบ ช่วยแก้ให้ระดูมาเป็นปกติได้

การเลือกซื้อบวบ

เทคนิคการเลือกซื้อบวบมาทำอาหารให้อร่อยนั้น ต้องดูที่ขั้ว ขั้วของบวบเหลี่ยมที่ดีต้องสดเขียว สวยเย็นตา ผลยาวตรง ไม่หักงอ ผลสีเขียวเข้ม เหลี่ยมเป็นสันคม

การต้มบวบให้หวานแบบธรรมชาติ

นอกจากการเลือกซื้อให้ได้บวบเหลี่ยมที่ดีอร่อย และไม่ขมแล้ว การต้มให้มีรสหวานนิดๆ ตามธรรมชาติของเนื้อบวบแท้ๆ ก็สำคัญ ซึ่งทำได้โดยไม่ต้องปอกเปลือกออกทั้งลูก เพียงแค่ปาดสันเหลี่ยมของเขาออกเท่านั้น ก็ต้มได้เลย นอกจากได้รสหวานใสแล้ว เปลือกบวบยังช่วยป้องกันไม่ให้สารอาหารสำคัญสูญเสียไปกับการต้มด้วย

Please follow and like us:
0
โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน บวบเหลี่ยม เยี่ยมด้วยประโยชน์

14 สรรพคุณ…ประโยชน์ของสาลี่ ลดน้ำหนักให้ร่างกาย เพิ่มความสดชื่นให้จิตใจ

“สาลี่” ผลไม้รสชาติหวาน หอม กรอบ อร่อย คงเป็นผลไม้ที่หลายคนโปรดปราน ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน แต่ก็ได้แพร่หลายมายังประเทศไทยและอีกหลายๆ ประเทศทั่วโลก นั่นเพราะคุณประโยชน์และคุณค่าทางยาที่มีอยู่ในสาลี่ ซึ่งสามารถช่วยให้สุขภาพดี และร่างกายปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บด้วย

“สาลี่” ผลไม้สรรพคุณดีจากจีน ช่วยบำรุงหัวใจ ฟอกเลือด

สาลี่ถือเป็นหนึ่งในศาสตร์ของอาหารจีนที่สำคัญเพราะมีประสิทธิภาพในการเป็นยาที่ดีเยี่ยม ตามตำรายาจีนเชื่อว่าสาลี่มีสรรพคุณสร้างความรู้สึกสดชื่น ซึ่งจะบำบัดความเครียดทางจิตใจและความเมื่อยล้าทางร่างกายที่ดี สาลี่มีฤทธิ์เย็นจึงแก้อาการร้อนได้ด้วย รวมทั้งใครที่มักมีอาการเจ็บป่วยบ่อยๆ หรือเป็นโรคหวัดได้ง่าย ให้นำสาลี่มาคั้นเอาน้ำดื่มจะสามารถช่วยป้องกันและรักษาโรคได้ดี

นอกจากนี้สาลี่จัดเป็นยาธรรมชาติที่ช่วยบำรุงหัวใจ มีประโยชน์ต่อการช่วยฟอกเลือดให้สะอาด ส่งผลให้การทำงานของหัวใจดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ส่วนกลุ่มคนที่ชอบมีปัญหาการขับถ่าย ทราบไหมว่าการกินสาลี่จะช่วยป้องกันและยังรักษาให้หายได้ สาลี่นั้นจะกระตุ้นระบบการย่อยอาหารให้ทำงานเป็นปกติ แถมมีเส้นใยอาหารสูงก็ยิ่งป้องกันโรคท้องผูกได้เป็นอย่างดี และด้วยคุณสมบัติของสาลี่ที่มีความชุ่มชื้นจึงเป็นผลดีต่อลำคอและปอด หากมีเสมหะก็ช่วยละลายเสมหะให้หายได้ชะงัดนัก

ข้อแนะนำในการทาน “สาลี่”

มิน่าละใครๆ ก็ชอบกินสาลี่กันทั้งนั้น และทำไมถึงเป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ทว่าก็มีข้อควรระวังสำหรับการกินสาลี่ว่า ควรล้างสาลี่ให้สะอาดก่อนกิน เพื่อป้องกันและกำจัดสารเคมีต่างๆ ที่อาจปนเปื้อนอยู่ และไม่ควรกินเกินวันละ 1 ลูก รวมทั้งคนที่ป่วยเพราะท้องเดิน ท้องร่วง และสตรีหลังคลอดก็ไม่ควรกินเช่นกัน

14 สรรพคุณของสาลี่ ประโยชน์ในการรักษาโรค

1. ประโยชน์ของสาลี่ดีกับคนที่ชอบเกิดความเครียดได้ง่าย ด้วยฤทธิ์ที่เย็นและเนื้อของสาลี่ที่มีรสหวานซึ่งจะช่วยสร้างความสดชื่นให้แก่ร่างกายและจิตใจ ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย จิตใจเบิกบาน ร่างกายกระชุ่มกระชวย ซึ่งเป็นยาระงับประสาทอ่อนๆ ที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ

2. สาลี่มีสรรพคุณรักษาอาการร้อนใน ช่วยดับกระหาย ทำให้ชุ่มคอ แก้ไอ เจ็บคอ และขับเสมหะ

3. สาลี่เป็นผลไม้ของคนที่ต้องการลดน้ำหนักหรือกำลังควบคุมอาหาร เพราะน้ำตาลในสาลี่นั้นร่างกายสามารถนำมาใช้งานเป็นพลังงานได้เลย ลดการสะสมของน้ำตาลในร่างกาย ทำให้อิ่มได้นาน ไม่หิวง่าย และยังเป็นผลไม้ที่ให้พลังงานต่ำด้วย

4. ประโยชน์ของสาลี่อุดมด้วยเส้นใยอาหารในปริมาณมาก จึงทำให้ระบบการขับถ่ายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยกระตุ้นการย่อยอาหารและทำให้กระเพาะอาหารทำงานดีขึ้น การขับถ่ายสะดวกโดยไม่มีปัญหามากวนใจ ลดความเสี่ยงจะเกิดโรคท้องผูก โรคริดสีดวงทวาร หรือโรคมะเร็งลำไส้ได้ดี

5. สาลี่มีสรรพคุณช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันภายในร่างกายให้แข็งแรง ทำให้สุขภาพโดยรวมก็แข็งแรงขึ้นตามไปด้วย

6. สาลี่เป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระ รวมทั้งมีสารสำคัญอย่างเบต้าแคโรทีน ซึ่งจะช่วยในการบำรุงผิวพรรณ ทำให้ไม่แก่ก่อนวัย ผิวหนังไม่เหี่ยวย่นแต่กลับให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวแลดูเปล่งปลั่งขึ้น

7. สาลี่มีวิตามินซีสูงซึ่งมีสรรพคุณช่วยป้องกันโรคหวัดได้ดีแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างและซ่อมแซมเนื้อเยื่อในร่างกายที่เสื่อมสภาพให้กลับมาสมบูรณ์เช่นเดิมได้

8. สาลี่มีสรรพคุณช่วยบำรุงเลือด สามารถฟอกเลือดให้สะอาด ซึ่งจะส่งผลดีให้ไตทำงานได้ดีไปด้วย และยังช่วยป้องกันอาการของโรคโลหิตจาง

9. สาลี่มีสรรพคุณช่วยบำรุงปอดให้แข็งแรง และมีประโยชน์ต่อคนที่เป็นวัณโรค

10. สาลี่มีฤทธิ์ที่ช่วยลดระดับของคอเลสเตอรอล และช่วยปรับสมดุลของน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติ

11. สาลี่ช่วยบำรุงไตทำให้แข็งแรง และกระตุ้นการทำงานของไตให้สามารถทำงานได้ดีขึ้น

12. สาลี่มีวิตามินเคที่มีประโยชน์ต่อการช่วยสร้างลิ่มเลือด ที่สำคัญคือป้องกันเลือดออกภายในและเลือดไหลออกไม่หยุด ทำให้เลือดสามารถแข็งตัวได้เร็ว

13. สาลี่มีแร่ธาตุหลายชนิด ที่มีประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกันเพื่อบำรุงกระดูก ฟัน และเหงือกให้แข็งแรง

14. สาลี่มีธาตุทองแดง ที่มีฤทธิ์ช่วยปรับออกซิเจนในเนื้อเยื่อให้มีความสมดุลคือไม่มีมากหรือมีน้อยจนเกินไป เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียต่อร่างกายจนทำให้เกิดปัญหาสุขภาพอื่นๆ ตามมา

“สาลี่” จึงเป็นผลไม้สมุนไพรที่เราทุกคนควรจะกินกันบ่อยๆ เพราะจากสรรพคุณทางยาและคุณค่าของสารอาหารต่างๆ ที่สาลี่มีแล้ว ก็สามารถทำให้คนเรามีสุขภาพที่ดี ร่างกายแข็งแรง ที่สำคัญคือมีจิตใจแจ่มใส สดชื่น ไม่เครียดง่ายอีกด้วย ดังนั้นหากครั้งหน้าจะไปซื้อผลไม้มาใส่ตู้เย็นไว้กินกันละก็ อย่าลืมใส่ชื่อของสาลี่ลงไปด้วยนะ เพราะรับรองว่าสรรพคุณและประโยชน์ของสาลี่ที่กล่าวมาทั้งหมด จะไม่ทำให้คุณต้องผิดหวังในการนำมาช่วยดูแลสุขภาพอย่างแน่นอน

Please follow and like us:
0
โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน 14 สรรพคุณ…ประโยชน์ของสาลี่ ลดน้ำหนักให้ร่างกาย เพิ่มความสดชื่นให้จิตใจ

กะเพรา ประโยชน์และสรรพคุณของกะเพรา

กะเพรา (Holy Basil, Sacred Basil) เป็นพืชสมุนไพรจำพวกต้นที่มีชื่อเรียกอื่นๆ ว่า กะเพราบ้าน, กะเพราแดง, กะเพราขาว, กะเพราดำ, กอมก้อ, กอมก้อดำ, กอมก้อขาว และกะเพราขน เป็นต้น โดยทั่วไปนิยมนำมาประกอบอาหารรับประทาน อย่างผัดกะเพรา เป็นที่นิยมมาก กะเพราะนี้มีอยู่ด้วยกัน 3 สายพันธุ์ ได้แก่ กะเพราขาว, กะเพราแดง และกะเพราที่ผสมกันระหว่างกะเพราขาวและกะเพราแดง

ลักษณะทั่วไปของกะเพรา
กะเพรานั้นเป็นไม้ล้มลุก แตกกิ่งก้าน ลำต้นสูงประมาณ 30 – 60 เซนติเมตร จัดเป็นพืชสวนครัว ใช้สำหรับเป็นส่วนประกอบของอาหาร ลำต้นค่อนข้างแข็ง มีขน เป็นใบเดี่ยว เรียงเป็นรูปรี ปลายแหลมมน ส่วนโคนแหลม ขอบจักฟันเลื่อยเป็นคลื่น บริเวณแผ่นใบมีขน ส่วนดอกออกเป็นช่อ และดอกย่อยคล้ายระฆังขนาดเล็ก มีสีขาวหรือขาวอมม่วงแดง ส่วนโคนกลีบเชื่อมติดกันและปลายแยกออกเป็น 2 ส่วน กลีบเลี้ยงเนื้อแข็งสีแดงอมน้ำตาลแกมม่วง ก้านดอกย่อยมีสีเขียว

ประโยชน์และสรรพคุณของกะเพรา
ใบ – ช่วยในการบำรุงไฟธาตุ ขับลม ผายลม ช่วยให้เรอ แก้คลื่นเหียนอาเจียน แก้ลมตานซาง ปวดท้อง จุกเสียด ส่วนใบสดหรือแห้งสามารถนำไปชงน้ำร้อนดื่มขับลมในเด็กอ่อน และบำรุงธาตุ ตลอดจนน้ำที่คั้นจากใบสามารถรับประทานแก้ไข้ ช่วยขับเหงื่อ ขับเสมหะ ทารักษาโรคผิวหนังอย่างกากเกลื้อน และสามารถหยอดหูช่วยแก้อาการปวดหูได้ด้วย ให้รสเผ็ดร้อน
รากและต้น – ช่วยแก้พิษตานซาง จุกเสียด ท้องอืดท้องเฟ้อ ตลอดจนช่วยบำรุงธาตุ และแก้โรคสันนิบาต ให้รสเผ็ดร้อน
เมล็ด – ช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น ให้รสเผ็ดร้อน
น้ำมันหอมระเหย – ช่วยในการยับยั้งการเจริญเติบโตของวัณโรค และมีฤทธิ์ช่วยฆ่าแมลงและยุง สารสกัดจากน้ำหรือแอลกอฮอล์ช่วยคลายกล้ามเนื้อ รักษาแผลในกระเพาะอาหาร และช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้
ดังนั้น จะเห็นได้ว่ากะเพราเป็นพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์มากมายจริงๆ แถมหารับประทานกันได้ง่ายอีกด้วย ปลูกเป็นพืชสวนครัวไว้ที่บ้านก็ดี กินดี รักษาโรค ได้สุขภาพ

Please follow and like us:
0
โพสท์ใน ข่าวทั่วไป | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน กะเพรา ประโยชน์และสรรพคุณของกะเพรา

18 ประโยชน์…สรรพคุณของ “เชอร์รี่” ผลไม้อารมณ์ดี

ได้ชื่อว่าเป็นผลไม้เมืองนอกที่หาซื้อหาทานกันได้ง่ายๆ สำหรับผลไม้ลูกสีแดงน่ารักอย่าง “เชอร์รี่” หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าจริงๆ เชอร์รี่ก็เป็นผลไม้ในตระกลูเบอร์รี่เช่นเดียวกับสตรอเบอร์รี่ หรือบลูเบอร์รี่ด้วย ในส่วนของประโยชน์นั้นก็ค่อนข้างที่จะใกล้เคียงกับเบอร์รี่ชนิดอื่นๆ ที่อุดมไปด้วยวิตามินมากมาย แต่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าเชอร์รี่นั้นดี มีประโยชน์อย่างไร บทความนี้มีคำตอบให้คุณแล้ว

รู้จัก “เชอร์รี่” ให้มากขึ้น

เชอร์รี่ที่เราเห็นกันบนหน้าเค้ก และในไอศกรีมคือเชอร์รี่เชื่อม ที่ผ่านการปรุงแต่ง ใส่สี และการแช่อิ่มมาแล้ว ซึ่งไม่ได้ให้ผลดีต่อสุขภาพมากนัก หากจะหาประโยชน์จากผลไม้ตระกลูเบอร์รี่อย่าง “เชอร์รี่” ให้หาแบบสดๆ มาทาน พันธุ์ที่คนนิยมมากคือ “เชอร์รี่ป่า” จะมีลักษณะคือลูกใหญ่กว่าเชอร์รี่ทั่วไป สีแดงอมม่วง รสหวานอมเปรี้ยว

ในเชอร์รี่หนึ่งลูกประกอบไปด้วยใยอาหาร 2 กรัม เชอร์รี่อุดมไปด้วยวิตามินบี มีทั้งวิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 และวิตามินบี 6 นอกจากนี้ยังมีวิตามินซี และวิตามินเอ ในเชอร์รี่มีลูทีน ซึ่งมีสรรพคุณช่วยบำรุงสายตา และยังอุดมไปด้วยแคลเซียมที่ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง นอกจากนี้ยังมีธาตุเหล็กและโพแทสเซียมอีกด้วย

18 ประโยชน์และสรรพคุณของ “เชอร์รี่”

1. เชอร์รี่มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยต้านมะเร็งและชะลอวัย

2. เชอร์รี่มีสารแอนโทไซยานิน ที่ช่วยลดระดับน้ำตาล ป้องกันโรคเบาหวาน

3. เชอร์รี่มีลูทีนช่วยปกป้องตาจากแสงแดด และช่วยลดการเกิดต้อกระจก

4. เชอร์รี่ช่วยให้ผิวสดใส ลดรอยสิว ลดรอยดำ

5. เชอร์รี่มีวิตามินซีช่วยแก้หวัด และช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด

6. เชอร์รี่ช่วยลดการผลิตเมลานิน หรือเม็ดสีบนผิวหนัง จึงช่วยให้ผิวขาวเนียนใส

7. เชอร์รี่มีสรรพคุณช่วยลดอาการซึมเศร้า

8. เชอร์รี่มีสรรพคุณช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น

9. เชอร์รี่ช่วยป้องกันโรคเกาต์ และโรคข้อเข่าอักเสบ

10. เชอร์รี่ลดระดับไขมันในเส้นเลือด และช่วยกำจัดไขมันเลว

11. เชอร์รี่ช่วยป้องกันการแพ้ และช่วยให้ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้อาการดีขึ้น

12. เชอร์รี่ช่วยต้านการเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมากในเพศชายได้

13. เชอร์รี่มีใยอาหารช่วยกระตุ้นการขับถ่าย

14. ประโยชน์ของเชอร์รี่มีสารที่ช่วยให้อารมณ์ดี

15. เชอร์รี่มีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรีย

16. เชอร์รี่ช่วยต้านหวัด แก้คันคอ แก้เจ็บคอ ช่วยให้คอโล่ง

17. ประโยชน์เชอร์รี่เสริมสร้างคอลลาเจนในร่างกาย

18. เชอร์รี่เป็นผลไม้บำรุงผิว และช่วยชะลอความแก่
“เชอร์รี่” คือความหวานที่มีประโยชน์

หลายคนอาจจะคิดว่าเชอร์รี่เป็นผลไม้ที่ไม่ค่อยมีประโยชน์ รสหวานจากน้ำตาลในเชอร์รี่จะทำให้เกิดโทษแก่ร่างกาย แต่ทราบหรือไม่ว่าผู้ที่ร่างกายขาดพลังงาน แพทย์จะสั่งให้กินเมนูตามโภชนาการ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือเชอร์รี่ เพราะเป็นผลไม้ที่ให้ความหวานสูง และให้พลังงาน รสชาติและกลิ่นหวานๆ ยังทำให้อารมณ์ดีขึ้นด้วย นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงสายตาที่อ่อนล้าแก่ผู้ที่อดหลับอดนอนจนอ่อนล้าได้เป็นอย่างดี

เมนู “เชอร์รี่” แสนหวานหอม

เรามักพบเชอร์รี่อยู่ในของหวานของฝรั่ง บนเบเกอร์รี่หรือไอศกรีม เพราะด้วยลูกกลมๆ สีแดงๆ ทำให้เชอร์รี่เป็นผลไม้ตกแต่งที่สวยงาม เหมาะจะประดับอยู่บนขนมหวานให้ดูดีมีระดับ บางครั้งฝรั่งจะใช้เชอร์รี่เป็นสารเติมแต่งสีแดงในขนมปัง หรือเยลลี่ เพราะเป็นสีแดงที่ได้จากธรรมชาติ เหมือนกับสีแดงจากกระเจี๊ยบของคนไทยเรานั้นเอง นอกจากจะช่วยให้ขนมหวานสวยงามน่าทานแล้ว เชอร์รี่ยังเป็นส่วนผสมที่นิยมใส่ลงไปในเครื่องดื่มเพื่อเพิ่มกลิ่นและสีสัน ทั้งเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์อย่าง “ค็อกเทล” หรือเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์อย่าง “ม็อกเทล” หรือ “อิตาเลี่ยนโซดา” ก็จะมีการตกแต่งด้วยลูกเชอร์รี่ เพื่อเพิ่มสีสันและเพิ่มความหอมหวานให้กับเครื่องดื่ม เพราะด้วยกลิ่นหอมหวานของเชอร์รี่ที่เข้ากันได้ดีกับเครื่องดื่มซ่าส์ๆ ชาวอเมริกันจึงนิยมดื่มโคล่าที่ผสมเนื้อเชอร์รี่เพื่อเพิ่มความหวามสดชื่น ถึงกับมีเมนูค็อกเทลที่ชื่อว่า “โค้กเชอร์รี่” ที่ผสมโคล่า วอดก้า และ เชอร์รี่ เป็นผลไม้ที่ทำให้เครื่องดื่มมีสีสัน เพิ่มความสดใส และทำให้อารมณ์ดีแบบแคลอรีต่ำ พลังงานสูง

แม้ว่า “เชอร์รี่” นั้นจะหวานมาก อาจไม่ดีต่อผู้ป่วยโรคเบาหวาน หรือคนชรา แต่เชอร์รี่เหมาะกับวัยหนุ่มสาว และวัยทำงานที่ร่างกายหักโหมหนัก เหนื่อยล้า จากกิจกรรมต่างๆ ที่หนักหน่วง เชอร์รี่จะช่วยให้พลังงานแก่ร่างกาย และช่วยให้นอนหลับสบายได้อย่างน่ามหัศจรรย์ ได้ทราบสรรพคุณและประโยชน์ของเชอร์รี่กันไปแล้ว คราวต่อไปในการทานเชอร์รี่ก็อย่าลืมหาเชอร์รี่สดมาทาน โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ต้องการนอนหลับง่ายๆ ก็อย่าลืมหาเชอร์รี่มาทานกันนะค่ะ

Please follow and like us:
0
โพสท์ใน ประโยชน์ของผักและผลไม้ | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน 18 ประโยชน์…สรรพคุณของ “เชอร์รี่” ผลไม้อารมณ์ดี

โหระพา สมุนไพรไทยมาล้นคุณประโยชน์

ใบโหระพา เป็นแหล่งเบต้าแคโรทีน ซึ่งมีส่วนสำคัญในการป้องกันโรค เช่น โรคหัวใจขาดเลือดและมะเร็ง โหระพา 1 ขีด มีเบต้าแคโรทีนสูง คือ 452.16 ไมโครกรัม ใบโหระพามีกลิ่นเฉพาะใช้เป็นผักสด ใช้ปรุงแต่งกลิ่นอาหารและมีธาตุแคลเซียมสูงด้วย

นอกจากจะเป็นอาหารแล้ว โหระพายังเป็นสมุนไพรด้วย เพราะมีสรรพคุณทางยาอย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

1. แก้ไข้ ปวดศรีษะ ขับเหงื่อ ขับลม ขับเสมหะ ขับพยาธิ แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องเสีย ช่วยเจริญอาหาร โดยใช้ยอดอ่อนต้มกับน้ำรับประทานเป็นชาหรือรับประทานเป็นผักสด

2. ใช้เป็นยาขับปัสสาวะและยาระบายอ่อน ๆ เพื่อแก้อาการท้องผูก โดยนำเมล็ดแก่แช่น้ำให้พองตัวเต็มที่รับประทานกับขนมหวานโดยผสมกับน้ำหวานและน้ำแข็ง

3. ใช้รักษาอาการเหงือกอักเสบเป็นหนอง โดยบดใบโหระพาแห้งให้เป็นผงทาบริเวณที่เป็น

4. บรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน โดยคั้นน้ำจากใบโหระพาสด ประมาณ 1ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำอ้อย 2ช้อน รับประทานวันละ 2ครั้ง พร้อมกับน้ำอุ่น

5. แก้สะอึก โดยใช้ใบโหระพาสดหรือแห้งพร้อมขิงสดแช่ในน้ำเดือดรับประทานในขณะที่น้ำยังร้อน

6. น้ำมันโหระพาสามารถฆ่ายุงและแมลงได้

7. เมล็ดแก่แช่น้ำใช้พอกแผลบรรเทาอาการฟกช้ำ

น้ำมันโหระพา

น้ำมันโหระพา เป็นน้ำมันหอมระเหยที่พบในใบโหระพามีร้อยละ 1.5 องค์ประกอบทางเคมีที่สำคัญ คือ Methylcha vicol และสกัดได้จากใบโหระพาพันธุ์ไทย โดยการกลั่นด้วยไอน้ำ เป็นของเหลวใสสีเหลืองอ่อน หรือเหลืองอมน้ำตาลปราศจากตะกอนและสารแขวนลอย ไม่มีการแยกชั้นของน้ำ มีกลิ่นเฉพาะตัว มีคุณสมบัติแก้จุกเสียดแน่นท้อง

น้ำมันหอมระเหยช่วยการย่อยอาหารเนื้อสัตว์ ช่วยคลายการหดเกร็งของกล้ามเนื้อและช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย จึงช่วยให้สบายท้องขึ้น มีกลิ่นหอมหวาน มีคุณสมบัติช่วยให้สงบ มีสมาธิ ลดอาการซึมเศร้า ข้อควรระวังในการใช้คือ ทำให้เกิดอาการแพ้ง่าย สตรีมีครรภ์ควรหลีกเลี่ยง

การใช้เป็นยาสมุนไพร

โหระพามีสรรพคุณทางยาสมุนไพรที่หลากหลาย ใบสดของโหระพามีสรรพคุณแก้ท้องอืด เฟ้อ ขับลมจากลำไส้ ต้มดื่มแก้ลมวิงเวียน ช่วยย่อยอาหาร ใช้ตำพอกหรือประคบแก้ไขข้ออักเสบ แผลอักเสบ ต้มใบและต้นสดเข้าด้วยกัน ต้มเอาน้ำดื่ม แก้หวัด ขับเหงื่อ ถ้าเด็กปวดท้อง ใช้ใบโหระพา 20 ใบ ชงน้ำร้อนและนำมาชงนมให้เด็กดื่มแทนยาขับลมได้ ใบโหระพาแห้งต้มกับน้ำ มีสรรพคุณต้านเชื้อก่อโรค

Please follow and like us:
0
โพสท์ใน ประโยชน์ของผักและผลไม้ | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน โหระพา สมุนไพรไทยมาล้นคุณประโยชน์

ลองกอง สรรพคุณและประโยชน์ของลองกอง 20 ข้อ !

ลองกอง

ลองกอง ชื่อสามัญ Longkong

ลองกอง ชื่อวิทยาศาสตร์ Lansium domesticum Corr. จัดเป็นพืชที่อยู่ในชนิดเดียวกันกับลางสาดและลูกู หรือ ดูกู (Duku) โดยจัดอยู่ในวงศ์ MELIACEAE เช่นเดียวกับกระท้อน กัดลิ้น ตะบูนขาว ตะบูนดำ และสะเดา

ลองกอง มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า ลังสาดเขา (นครศรีธรรมราช) ส่วนชื่อลองกองนั้นมาจากชื่อพื้นเมืองจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี[1],[2]

ผลไม้ลองกอง ผลไม้ที่มีถิ่นกำเนิดทางแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในหมู่เกาะชวา เกาะมลายู ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และทางภาคใต้ของประเทศไทย ในจังหวัดนราธิวาส และยังมีในประเทศทางแถบซูรินัม เปอร์โตริโก ออสเตรเลีย และฮาวาย โดยประเทศไทยสามารถผลิตลองกองที่มีคุณภาพได้ดีที่สุด เนื่องจากมีสภาพแวดล้อมในการปลูกที่เหมาะสม แต่พื้นที่ที่สามารถทำการปลูกลองกองได้ยังมีจำกัด ทำให้มีผลผลิตน้อย ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด จึงทำให้ผลไม้ชนิดนี้มีราคาสูง และจัดได้ว่าเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศอีกชนิดหนึ่ง โดยแหล่งเพาะปลูกลองกองในประเทศส่วนใหญ่จะอยู่ทางภาคใต้ รองลงมาคือภาคตะวันออก ส่วนภาคเหนือและภาคกลางก็มีปลูกอยู่บ้างเล็กน้อย[1]

สายพันธุ์ลองกอง
พันธุ์ลองกอง ในประเทศไทยมีอยู่หลายสายพันธุ์ โดยมีลักษณะที่แตกต่างกันมากบ้างน้อยบ้าง โดยสายพันธุ์ลองกองที่สามารถรวบรวมได้ทั้งหมดมีอยู่ด้วยกัน 7 สายพันธุ์ ได้แก่ ลองกองทั่วไป, ลองกองแกแลแมร์ (ลองกองแปรแมร์), ลองกองคันธุลี, ลองกองธารโต, ลองกองไม้, ลองกองเปลือกบาง, และลองกองกาญจนดิษฐ์ ซึ่งในแต่ละสายพันธุ์นั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ชนิด ได้แก่ ลองกองแห้ง (เนื้อใสแห้ง รสหวาน กลิ่นหอม เปลือกเหลืองคล้ำและไม่มียาง), ลองกองน้ำ (เนื้อฉ่ำน้ำ สีเปลือกเหลืองสว่าง), และลองกองกะละแม (แกแลแม, ปาลาเม, แปรแมร์) (เนื้อนิ่ม กลิ่นไม่หอม เปลือกบางและมียางเล็กน้อย) โดยลองกองแห้งจะเป็นชนิดที่ได้รับความนิยมในการปลูกเป็นการค้ามากที่สุด เนื่องจากเป็นชนิดที่มีผลคุณภาพดี เนื้อมีรสหวานหอม มีเมล็ดน้อยหรือไม่มีเลย และเมล็ดยังไม่ขมอีกด้วย ดังนั้นสายพันธุ์ของลองกองจึงควรจะมีเพียงสายพันธุ์เดียว เพราะเป็นประโยชน์ในการค้า ไม่จำเป็นต้องแยกชนิดพันธุ์ เพราะคุณภาพนั้นเป็นที่ยอมรับของตลาดอยู่แล้ว[1]
ลักษณะของกอง
ต้นลองกอง ในส่วนของลำต้นไม่กลมนัก มักมีสันนูนและรอยเว้าอยู่บ้าง ผิวเปลือกค่อนข้างหยาบ ไม่เรียบ แตกกิ่งแขนงภายในเป็นทรงพุ่มไม่กลมตรง มีแอ่งเว้าตามรอยของง่ามกิ่งและตามลำต้นให้เห็นเป็นระยะ ลักษณะเป็นรอยสูงต่ำ เป็นคลื่น ๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่ปลูกด้วย ถ้าหากปลูกภายใต้ร่มเงาทึบหรือมีไม้อื่นมาก ลำต้นก็จะสูงชะลูดและผิวเปลือกจะค่อนข้างเรียบ แต่ถ้าปลูกในพื้นที่ที่มีร่มเงาน้อย ลำต้นมักจะแผ่เป็นพุ่มกว้าง ๆ และมีผิวเปลือกที่หยาบ ขยายพันธุ์ได้หลายวิธีทั้งวิธีการเพาะเมล็ด การทาบกิ่ง การต่อกิ่ง หรือการเสียบยอดและเสียบข้าง และวิธีการติดตา[1]

รากลองกอง ระบบของรากลองกองจะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับชนิดสายพันธุ์ที่ทำการเพาะปลูก แต่โดยทั่วไปแล้วรากแขนงของลองกองจะมีขนาดใหญ่และหยาบ เจริญแผ่ไปทางแนวราบของผิวหน้าดิน เมื่อต้นมีอายุมากจะมองเห็นรากส่วนนี้แยกจากโคนต้นที่ติดดินได้ชัดเจน และต่อจากรากแขนงจะเป็นรากฝอย ซึ่งทำหน้าที่ในการดูดซับน้ำและอาหาร เจริญแผ่ไปตามหน้าดินตื้น ๆ[1]
ใบลองกอง ใบเป็นใบรวมมี 5-9 ใบย่อย ใบกว้างประมาณ 2-6 นิ้วและยาวประมาณ 4-8 นิ้ว และมีก้านใบย่อย ใบแก่มีสีเขียวเข้ม ดำเป็นมัน และมีรอยหยักเป็นคลื่นหนากว่าใบของลางสาด ผิวใบด้านบนจะเข้มกว่าผิวใบด้านล่าง ลักษณะของใบเป็นแบบ elliptical โดยมีปลายใบเรียวแหลม ส่วนโคนใบแหลม ขอบใบเรียบ ลักษณะของเส้นใบเป็นแบบแยกออกจากเส้นกลางใบเหมือนร่างแห โดยเส้นใบด้านใต้ท้องใบของลองกองจะเรียวเล็กนูน คมชัดกว่าใบของดูกูน้ำ[1]

ดอกลองกอง ตาดอกมีลักษณะเป็นตุ่มแข็ง มีสีน้ำตาลอมเขียว มีความยาวประมาณ 1.5 เซนติเมตร โดยส่วนนี้จะเจริญเป็นช่อดอกยาวเรียกว่า Spike ซึ่งอาจจะพบเป็นช่อดอกแบบเดี่ยว ๆ หรือเป็นกลุ่ม กลุ่มละประมาณ 2-10 ช่อดอก โดยจะแตกออกตามลำต้นและกิ่งที่สมบูรณ์ ดอกลองกองเมื่อบานจะมีสีเหลืองนวล มีกลีบเลี้ยงลักษณะอวบสีเขียว และจะติดอยู่จนกระทั่งผลแก่ ดอกมีเกสรตัวผู้เป็นท่อสั้น ๆ อยู่ 10 ก้าน ฐานหลอมรวมกัน ส่วนการบานของดอกโดยทั่วไปแล้วจะเริ่มจากบริเวณ 2 ใน 3 ของช่อดอกจากปลายช่อ บานลงมาถึงโคนช่อ จากนั้นจะเริ่มบานขึ้นไปถึงปลายช่อ[1]

ผลลองกอง ออกผลเป็นช่อแน่นติดกับก้านช่อ ลักษณะของผลมีทั้งทรงกลมและทรงยาวรี ซึ่งการที่มีผลในช่อแน่นอาจทำให้รูปทรงของผลแตกต่างกันออกไป ส่วนลักษณะของเปลือกจะหนากว่าลางสาดอยู่มาก เนื้อในผลมีรสหวานหอม[1]

เมล็ดลองกอง ในผลลองกองหนึ่งผลจะมีเมล็ดอยู่ประมาณ 1-2 เมล็ด โดยเมล็ดที่สมบูรณ์จะมีขนาดใหญ่ ภายในผลส่วนใหญ่แล้วจะมีช่องอยู่ 5 ช่อง และเมล็ดมักจะลีบ ลักษณะเมล็ดเป็นรูปไข่ มีสีเขียวอมเหลือง ตัวเมล็ดจะมีรอยแตกร้าวเป็นส่วนมาก ส่วนรสชาติของเมล็ดไม่ขม ถ้าหากนำมาเพาะจะขึ้นหลายต้นจากเมล็ดเดียว[1]

ความแตกต่างระหว่างลองกอง ลางสาด และดูกู

เนื่องจากผลไม้ทั้งสามชนิดนี้จัดอยู่ในวงศ์เดียวกัน และมีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน แต่มีราคาถูกแพงไม่เท่ากัน โดยลองกองนั้นจะมีราคาแพงที่สุด ตามมาด้วยลางสาด และดูกู (ดูกูเป็นผลไม้ที่ไม่ค่อยมีราคา แต่จะนิยมนำเมล็ดไปเพาะเป็นต้นตอเพื่อใช้ขยายพันธุ์ลองกองและลางสาดมากกว่า)

*ลองกอง ลักษณะของผลกลม เปลือกหนา ผิวหยาบเล็กน้อย เนื้อมีกลิ่นหอม รสหวาน ในผลมีเมล็ดลีบหรือไม่มีเมล็ดเลย และเมล็ดไม่ขม[1]
*ลางสาด ลักษณะของผลกลมรี เปลือกบาง ผิวละเอียด ผลอ่อนนุ่ม มียางมากเป็นสีเขียวขุ่น ๆ เนื้อมีรสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย ในผลมีเมล็ดมากและขมจัด[1]
*ดูกู หรือ ลูกู ลักษณะของผลกลมรี เปลือกบาง ผิวละเอียด ผลอ่อนนุ่ม เนื้อมีรสหวาน ในผลมีเมล็ดแต่ไม่ขม[1]

สรรพคุณลองกอง

*เมล็ดลองกองมีสารสำคัญที่ใช้เป็นยาบำรุงร่างกาย (เมล็ด)[1]
*ช่วยลดความร้อนในร่างกาย หากรับประทานเป็นประจำจะช่วยป้องกันไม่ให้เป็นไข้ตัวร้อน และยังช่วยลดอาการร้อนในช่องปากได้ด้วย (เนื้อลองกอง)[1]
*เมล็ดรักษาอาการไข้ (เมล็ด)[1]
*มีการนำเปลือกต้นมาสกัดเพื่อใช้เป็นยารักษาโรคมาลาเรีย (เปลือกต้น)[1]
*ใบลองกองมีฤทธิ์ต้านเชื้อมาลาเรียได้ถึง 50% (ใบ)[1] เมล็ดมีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อมาลาเรียและยับยั้งการเจริญของปรสิตมาลาเรีย (Plasmodium falciparum) ได้ถึง 50% (เมล็ด)[1]
*เปลือกผลนำไปตากแห้งแล้วเผาให้เกิดควัน ใช้สูดดมเพื่อช่วยบรรเทาอาการของผู้ป่วยที่เป็นวัณโรค (เปลือกผล)[3]
*น้ำจากผลมีการนำไปใช้หยอดตาเพื่อช่วยรักษาอาการตาอักเสบ (น้ำจากผล)[3]
*เปลือกต้นลองกองสามารถนำมาใช้เป็นยาต้มกินเพื่อช่วยรักษาโรคเกี่ยวกับลำไส้ได้ (เปลือกต้น)[1],[2]
*สรรพคุณของลองกอง ใช้เป็นยารักษาโรคกระเพาะ (กิ่ง)[3]
*ใช้ในการรักษาอาการท้องเสียและอาการลำไส้เกร็ง (เมล็ด)[1]
*เปลือกต้นและใบใช้เป็นยาต้มสำหรับรักษาโรคบิด (เปลือกต้น, ใบ)[3]
*ในเปลือกมีสารประเภท Oleoresin จำนวนมาก จึงมีการนำมาใช้ในการรักษาโรคท้องร่วง อาการปวดท้อง (เปลือกผล)[1]
*เมล็ดใช้เป็นยาขับพยาธิ (เมล็ด)[1],[2]
*สารสกัดจากเปลือกต้นสามารถช่วยแก้พิษแมงป่องได้ (เปลือกต้น)[1]
*ใช้เป็นยาสมานแผล (เปลือกต้น)[1] ส่วนเมล็ดมีฤทธิ์เป็นยาฝาดสมาน (เมล็ด)[1]

ประโยชน์ลองกอง

-ประโยชน์ของลองกอง โดยทั่วไปแล้วจะนิยมรับประทานเป็นผลไม้สด ให้รสชาติหวานอร่อย อีกทั้งยังมีคุณค่าทางอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย[1],[3]
-เปลือกผลแห้งนำมาเผาเพื่อให้ได้กลิ่นน้ำมันหอมระเหย มีประโยชน์ในการใช้ไล่ยุงได้[1],[3]
-ลองกองสามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้ เช่น ทำเป็นน้ำเชื่อม ลูกอม แยมลองกอง ลองกองกวน น้ำลองกอง ไวน์ลองกอง ลองกองผสมวุ้นมะพร้าวในน้ำเชื่อม เป็นต้น[1],[2]
-เปลือกผลและเมล็ดมีส่วนประกอบของสารที่มีความสำคัญทางการแพทย์และทางด้านอุตสาหกรรม เนื่องจากมีสาร Tannin อยู่เป็นจำนวนมาก[3]
-มีการนำส่วนผลของลองกองมาสกัดด้วยเอทานอลและละลายสารสกัด 2-5% ในโพรไพลีนไกลคอล (Propylene glycol) เพื่อใช้พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สุดท้ายสำหรับทำเป็นเครื่องสำอางสำหรับผิวหนังที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและช่วยลดรอยด่างดำ ซึ่งจากผลการทดสอบในอาสาสมัครหญิงจำนวน 30 คน พบว่าสารสกัดจากลองกองสามารถเพิ่มความชื้นกับผิวหนังและช่วยลดรอยด่างดำได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ[1]

คุณค่าทางโภชนาการของเนื้อลองกอง ต่อ 100 กรัม

*พลังงาน 66 กิโลแคลอรี
*คาร์โบไฮเดรต 15.3 กรัมลักษณะลองกอง
*โปรตีน 0.9 กรัม
ไขมัน 0.1 กรัม
*เส้นใยอาหาร 0.3 กรัม
*น้ำ 80%
*วิตามินเอ 15 หน่วยสากล
*วิตามินบี 1 0.08 มิลลิกรัม
*วิตามินบี 2 0.04 มิลลิกรัม
*วิตามินบี 3 1.7 มิลลิกรัม
*วิตามินซี 24 มิลลิกรัม
*ธาตุแคลเซียม 5 มิลลิกรัม
ธาตุเหล็ก 0.7 มิลลิกรัม
ธาตุฟอสฟอรัส 35 มิลลิกรัม
แหล่งที่มา : เอกสารคำสอนลองกอง วิชาไม้ผลเมืองร้อน ระดับปริญญาตรี สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล. (สุรชัย มัจฉาชีพ).[1]

การเลือกซื้อลองกอง

การเลือกซื้อลองกองที่มีคุณภาพดี ๆ นั้นต้องสังเกตจากผลภายในช่อ ผลในช่อต้องแน่นแบบได้สัดส่วน ผลไม่บิดเบี้ยว ช่อยาว[1]
ลักษณะของเปลือกต้องเป็นสีเหลืองปนสีขาวนวล ประด้วยจุดสีน้ำตาลหรือสีดำ เปลือกหนา มียางน้อยไม่เหนียวติดมือ มีสีเข้มเด่นชัด ผิวของผลเรียบสม่ำเสมอ และเปลือกต้องไม่มีสีเขียวให้เห็น จึงจะได้ชื่อว่าสุกเต็มที่แล้ว[1]
แกะเปลือกได้ง่าย ไม่มีรอยช้ำหรือรอยตำหนิ เนื้อข้างในแน่นสดสะอาดคล้ายแก้ว ไม่เละหรือมียาง ในผลมีเมล็ดเล็กหรือไม่มีเลย และมีรสชาติหอมหวาน[1]

Please follow and like us:
0
โพสท์ใน ประโยชน์ของผักและผลไม้ | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน ลองกอง สรรพคุณและประโยชน์ของลองกอง 20 ข้อ !

ถั่วฝักยาว ประโยชน์และสรรพคุณของถั่วฝักยาว

ถั่วฝักยาว (Cow Pea, Chinese Long Bean) เป็นพืชผักสมุนไพรจำพวกเถา ที่มีชื่อเรียกตามท้องถิ่นต่างๆ เช่น ภาคกลางเรียก ถั่วนา, ถั่วขาว หรือถั่วฝักยาว ส่วนภาคเหนือเรียก ถั่วหลา, ถั่วปี หรือถั่วดอก เป็นต้น ซึ่งถั่วฝักยาวนี้มีแหล่งกำเนิดอยู่ในประเทศอินเดียและจีน เรียกว่าเป็นพืชผักสมุนไพรที่ชาวเอเชียเรานิยมนำมาประกอบอาหารรับประทานกันเป็นอย่างมากชนิดหนึ่งเลยก็ว่าได้ และในถั่วฝักยาวนี้ก็ยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินที่สำคัญและจำเป็นต่อมนุษย์เราหลากหลายชนิดเลยทีเดียว เช่น ธาตุเหล็ก, ฟอสฟอรัส, แมกนีเซียม, โพแทสเซียม, วิตามินเอ, วิตามินบี, วิตามินซี, โฟเลต, แมงกานีส ฯลฯ

ลักษณะทั่วไปของถั่วฝักยาว
สำหรับต้นถั่วฝักยาวนั้นจัดเป็นไม้เถาเลื้อย มีอายุแค่เพียง 1 ปี โดยมีลำต้นบิดเลื้อยพันยาวประมาณ 2 – 4 เมตร โดยรากสามารถเจริญเติบโตได้ดี ส่วนใบนั้นเป็นใบประกอบอย่างขนนก และมีใบย่อยอยู่ 3 ใบ และดอกของถั่วฝักยาวจะออกดอกเป็นช่อแบบกระจะออกมาทางตาข้าง พร้อมทั้งมีดอกย่อยสีฟ้าหรือสีเหลือง ส่วนฝักอ่อนของถั่วฝักยาวจะผอมๆ ลีบๆ แต่เมื่อเป็นฝักแก่จะโป่งพองออก ภายในมีเมล็ดกลมๆ รูปทรงกระบอกอยู่ประมาณ 10 – 30 เมล็ด มีหลากหลายสีต่างๆ อาทิ สีขาว, ดำ, น้ำตาล, ครีมอมแดง หรือน้ำตาล เป็นต้น

ประโยชน์และสรรพคุณของถั่วฝักยาว
ใบ – ช่วยแก้โรคปัสสาวะพิการ และแก้โรคหนองใน ให้รสเฝื่อน
เปลือกผัก – ช่วยรักษาแผลที่เต้านม ช่วยในการระงับอาการปวด รวมทั้งช่วยแก้อาการปวดเอว และแก้อาการบวมน้ำ ให้รสฝาดหวาน
เมล็ด – ช่วยแก้อาการขัดปัสสาวะ แก้อาการตกขาว รวมทั้งช่วยแก้การอาเจียน แก้โรคบิด ตลอดจนช่วยบำรุงม้ามและไต ให้รสหวานมัน
ราก – ช่วยแก้โรคหนองใน แก้โรคบิด ช่วยให้เจริญอาหาร ตลอดจนช่วยบำรุงม้าม และนำมาตำสำหรับพอกฝี ให้รสเฝื่อนมัน

นอกจากนี้ถั่วฝักยาวยังจัดเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญ และใช้ในอุตสาหกรรมการบรรจุกระป๋องและแช่แข็งอีกด้วย ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่นิยมนำมารับประทานทั้งแบบสดและสุก เนื่องจากเป็นพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและยังหาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาดทั่วไปอีกด้วย

Please follow and like us:
0
โพสท์ใน ประโยชน์ของผักและผลไม้ | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน ถั่วฝักยาว ประโยชน์และสรรพคุณของถั่วฝักยาว

18 สรรพคุณ…ประโยชน์ของสับปะรด ชิ้นเดียว ก็ต้านโรคได้

เวลาไปเดินตลาด เดินห้าง หรือเดินผ่านรถเข็นขายผลไม้ตามข้างทาง แล้วสังเกตดีๆ จะพบว่า “สับปะรด” มักเป็นหนึ่งในผลไม้ที่มีวางขายอยู่เสมอ นั่นเป็นเพราะสับปะรดออกผลให้เราได้กินตลอดทั้งปีโดยไม่ต้องรอตามฤดูกาล และยังจัดเป็นผลไม้ที่ดีต่อสุขภาพไม่น้อยเลย ซึ่งนอกจากจะกินได้แบบสดๆ แล้ว ยังสามารถนำมาแปรรูปเป็นสับปะรดกระป๋อง สับปะรดกวน แยมสับปะรด หรือปรุงเป็นอาหารก็ได้รสชาติที่อร่อยถูกปากหลายคนทีเดียว

แต่สำหรับบางคนอาจจะไม่ค่อยชอบผลไม้ชนิดนี้เท่าไร แม้ว่าสับปะรดมีรสหวานฉ่ำแต่ก็มีรสฝาดอยู่เล็กน้อย เมื่อกินเยอะๆ จะรู้สึกได้ แต่ทราบหรือไม่ว่า สรรพคุณ และประโยชน์ของสับปะรดนั้น เรียกว่าเป็นยารักษาโรคได้เป็นอย่างดี แม้เราจะทานเพียงแค่วันละชิ้นเดียว น่าทึ่งใช่ไหมค่ะ งั้นเราไปดูกันว่า สรรพคุณ ประโยชน์ของสับปะรดมีอะไรบ้าง

สับปะรด…มากประโยชน์ สรรพคุณครบครัน

แค่เรากินสับปะรดเพียงวันละ 1 ชิ้นก็ช่วยดูแลสุขภาพในช่องปากได้แล้ว อาทิ อาการเสียวฟัน หรือเลือดออกตามไรฟัน เพราะวิตามินซีที่มีอยู่มากนั่นเอง แถมอุดมไปด้วยวิตามินต่างๆ และแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายซึ่งขาดไม่ได้ เช่น กรดโฟลิก แคลเซียม โพแทสเซียม แมงกานีส แมกนีเซียม เหล็ก สังกะสี ฯลฯ ซึ่งมีส่วนช่วยในการรักษาโรคได้หลายชนิด
ประโยชน์ สรรพคุณของสับปะรด
โดยความสามารถพิเศษที่ต้องยกนิ้วให้สับปะรดคือ การช่วยย่อยอาหารประเภทเนื้อและเสริมการดูดซึมอาหารได้ดี เพราะเอนไซม์บรอมีเลน (Bromelain) ที่มีอยู่ในสับปะรดนั้นถือเป็นแม่ทัพใหญ่แห่งการต่อสู้กับโรค มีฤทธิ์ช่วยในระบบย่อยอาหาร ดังนั้นหากกินเนื้อสัตว์มากเกินไป ให้กินหรือดื่มน้ำสับปะรดหลังอาหารจะช่วยลดอาการแน่นท้องได้ชะงัด ที่สำคัญยังช่วยในการยับยั้งเซลล์มะเร็ง ลดการจับตัวของเกล็ดเลือด และสลายไขมันในร่างกายได้ดี เมื่อบวกกับใยอาหารที่มีมากจึงเป็นผลไม้ที่ช่วยลดความอ้วนได้ดี
18 สรรพคุณของสับปะรด…บำบัดรักษาโรค

1 เสริมสร้างภูมิคุ้มกันภายในร่างกายให้แข็งแรง จากวิตามินซีที่มีอยู่สูงในสับปะรดจะทำให้ร่างกายติดเชื้อยากและต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

2 สรรพคุณของสับประรด ช่วยดูแลสุขภาพภายในช่องปากให้แข็งแรง ไม่เป็นโรคต่างๆ เกี่ยวกับช่องปากหรือโรคเหงือก

3 สับปะรดมีวิตามินซี เบต้าแคโรทีน และแมงกานีส ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยป้องกันอันตรายจากอนุมูลอิสระที่จะเข้ามาทำลายเซลล์ในร่างกาย

4 ประโยชน์ของสับปะรด ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง สดใส และช่วยลดการเกิดริ้วรอยก่อนวัย

5 วิตามินซีที่มีสูงในสับปะรดนั้นยังช่วยบรรเทาและรักษาอาการหวัด ขับเสมหะในลำคอได้

6 ช่วยย่อยอาหารจำพวกโปรตีน เพราะในสับปะรดมีเอนไซม์ธรรมชาติคือ บรอมีเลน ที่ย่อยอาหารได้ทั้งสภาวะกรดและด่าง จึงลดอาการจุกเสียด แน่นท้อง

7 สามารถป้องกันการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมทั้งอัมพฤกษ์ อัมพาต เนื่องจากเอนไซม์บรอมีเลนที่มีอยู่สับปะรดจะไปช่วยลดการเกาะกันเป็นลิ่มเลือดของเกล็ดเลือด

8 เอนไซม์บรอมีเลนยังมีฤทธิ์เป็นยาฆ่าเชื้ออ่อนๆ ที่ช่วยทำลายแบคทีเรียไม่มีประโยชน์ และยังช่วยสมานแผล ลดการอักเสบของกระเพาะอาหารและลำไส้ได้ด้วย

9 กินสับปะรดเป็นประจำช่วยลดอัตราเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง เช่น มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ มะเร็งปอด ฯลฯ โดยบรอมีเลนจะทำให้เม็ดเลือดขาวหลั่งสารไซโตไคน์ (Cytokines) ซึ่งช่วยให้เม็ดเลือดขาวกำจัดเซลล์มะเร็งได้

10 หากมีอาการท้องผูก ขับถ่ายไม่สะดวก ให้กินสับปะรดหลังอาหารเป็นประจำจะช่วยทำให้ระบบการขับถ่ายดีขึ้น สับปะรดมีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ แต่ไม่ควรกินมากเกินไปเพราะจะทำให้เกิดอาการท้องเสียแทน

11 ใยอาหารในสับปะรดมีสรรพคุณไม่เป็นสองรองใครแน่นอน นั่นจึงทำให้เป็นผลไม้ที่ช่วยลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี และยังทำให้รู้สึกอิ่มเร็วด้วย

12 บรรเทาอาการจากโรคเกาต์ได้ โดยเอนไซม์บรอมีเลนจะช่วยยับยั้งอาการอักเสบ และยังช่วยลดอาการปวดข้อ ข้ออักเสบ หลังจากการออกกำลังกาย เล่นกีฬาหรือทำงานหนักๆ

13 สรรพคุณของสับปะรด มีฤทธิ์ช่วยในการขับปัสสาวะ ปัสสาวะไม่ออก แก้ขัดเบา รักษาโรคนิ่ว

14 ช่วยเพิ่มระดับเทสโทสเตอโรน (Testosterone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชาย จัดเป็นยาบำรุงกำลังจากธรรมชาติสำหรับผู้ชายที่ดีมาก

15 สับปะรดก็มีประโยชน์ต่อผู้หญิงเช่นกัน เพราะช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือน ขับประจำเดือนได้ดีขึ้น

16 วิตามินบี 1 และวิตามินบี 6 ในสับปะรดแม้จะมีไม่มากแต่มีความจำเป็นต่อร่างกาย เพราะจะช่วยป้องกันอาการเหน็บชา เหนื่อยง่าย ทำให้ระบบประสาทและเม็ดเลือดทำงานดีขึ้น ไม่เจ็บป่วยง่าย

17 สับปะรดอุดมด้วยแมกนีเซียมและแคลเซียม ซึ่งมีส่วนช่วยเสริมสร้างกระดูกและเนื้อเยื่อ ทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง

18 สับปะรดมีสรรพคุณบรรเทาอาการร้อนกระสับกระส่าย กระหายน้ำ ไม่ว่าจะกินแบบสดหรือปั่นเป็นน้ำสับปะรดดื่มก็ได้เช่นกัน

รู้ถึง 18 สรรพคุณ ประโยชน์ของสับปะรดที่ช่วยต้านโรคกันแล้ว…ก็อย่าหักโหมไปกินสับปะรดจนมากเกินไปล่ะ เดี๋ยวจะกลายเป็นผลเสียแทน เพราะสับปะรดมีฤทธิ์เป็นยาถ่าย โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคโลหิตจางไม่ควรจะกินในปริมาณมาก แล้วที่นี้เราก็จะได้รับประโยชน์จากสับปะรดอย่างเต็มที่แล้ว จะเลือกกินสับปะรดแบบสดๆ ฉ่ำๆ จะดื่มน้ำสับปะรดปั่น หรือนำมาทำเป็นอาหารก็ได้ไม่ว่ากัน

Please follow and like us:
0
โพสท์ใน ประโยชน์ของผักและผลไม้ | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน 18 สรรพคุณ…ประโยชน์ของสับปะรด ชิ้นเดียว ก็ต้านโรคได้